Search stories

People followed you

Notifications

Your Drafts

โอกาสคนเราไม่เท่ากัน

จ๊ะเอ๋... มาแว้ว คิดถึงกันป่าว

เมื่อวานได้มีโอกาสพานักเรียนชาวพม่าไปกินเลี้ยงฉลองปิดคอร์สมา นั่งมองพวกเค้ากินอย่างมีความสุขเลยนึกดีใจว่าเรามีส่วนทำให้พวกเค้ามีรอยยิ้มอย่างเต็มที่ได้จริงๆ

ครู อีกบทบาทหนึ่งของเรานอกจากการเป็นเลขาฯ ซึ่งนั่นคืองานหลัก ครูเป็นตำแหน่งที่เรารักและภูมิใจกับคำนำหน้าชื่อนี้นะ ไม่เคยนึกหรอกว่าวันหนึ่งจะมีคำนำหน้าว่า ครูหญิง
หลายคนคงงงว่าเป็นเลขาฯ แล้วทำไมมาเป็นครูได้ยังไง
มาๆ นั่งๆ จะเล่าที่ไปที่มาว่า......

งี้นะ.. เราจบตรีเอกไทย แล้วมาเป็นเลขาฯ ช่วงนึงอกหัก หาไรทำ เลยไปเรียนโทไม่ให้ว่างจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เลยเรียนโทสอนไทยให้ต่างชาติ เรียนจบมาก็วิญญาณครูเข้าสิง อยากสอน ชอบสอน ก็เลยรับสอนพิเศษทั้งเด็กไทย ไม่ไทย ก็สอนมาจนถึงตอนนี้ บทบาทนี้สนุกจริงๆ นะ เวลาได้ถือหนังสือ ถือปากกายืนพูดหน้าห้องนะคุณเอ๊ย... ไล่ก็ไม่ลง หมดเวลาก็ยังไม่อยากเลิกสอน
แต่ถามว่าทำไมไม่เป็นครูจริงๆไปเลยล่ะ เป็นครูสอนพิเศษทำไม ก็ต้องตอบว่า เราไม่ชอบระบบในโรงเรียน เราไม่ชอบสอนตามระบบ 1 2 3 4 ...สอนแค่ให้จบหลักสูตร โดยไม่สนหรอกว่าสอนไปแล้วใช้ได้จริงรึเปล่า พูดเขียนอ่านได้จริงรึเปล่า และครูในโรงเรียนตอนนี้ไม่ได้ทำแค่งานสอน ยังต้องทำงานประเมิน ทำผลงานเพื่อปรับยศตำแหน่ง เงินเดือน ซึ่งไม่ใช่ทางของเรา อยู่นอกระบบคือคำตอบ เราเลยเลือกสอนของเราเอง แบบที่เราคิดเองว่าวันนี้จะสอนเด็กคนนี้ยังไง สนุกกว่าเยอะเลย
ไงล่ะเป็นคุณครูอินดี้ซะด้วย มีแนวทางของตัวเองชัดเจน ฮ่าๆ
สอนแบบเราคิดเองคือ สอนตามสถานการณ์จริง ขั้นตอนสอนเราปรับเปลี่ยนได้ตามจริง สอนย้ำไปจนกว่าจะได้ เสียเวลากลับไปสอนซ้ำๆ จนกว่าจะได้ ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัว เรื่องที่เด็กชอบ ชม.นี้ขั้นที่ 1 ยังไม่ผ่านก็ไม่เป็นไร ชม.ถัดไปค่อยว่ากัน ถ้าครูคาดหวังในตัวเด็ก ครูจะไม่มีความสุขในการสอน อันนี้จากความเห็นเราเองนะ เราเคยนะสอนช่วงแรกๆ ก็หวังกับนักเรียนว่าต้องตอบได้แบบนี้ อ่านได้แบบนี้ กลายเป็นว่าเราเองจะกดดัน ยิ่งนักเรียนต่างชาติ ยิ่งต้องหวังกับเค้าน้อยที่สุด ให้โอกาสเค้าทำเท่าที่ทำได้ ค่อยๆ ฝึกไป เด็กจะเก่งหรือไม่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนและความเอาใจใส่ของครู อย่าโทษเด็ก ครูขยันป้อน เด็กก็จะทำได้เอง
ยิ่งสอนเด็กนานาชาติยิ่งต้องทำใจและใจเย็นมากขึ้น เพราะบางบ้านเป็นเด็กไทยที่พ่อแม่มีสตางค์ ครูสถานะคือลูกจ้าง เด็กจะให้ความเคารพน้อยมาก บางบ้านถึงขึ้นไม่เคารพเลยในตอนต้น แต่เราก็มีวิธีจัดการเด็กแบบนี้ในแบบของเรา พวกหนูมีหน้าที่ตั้งใจเรียนให้คุ้มกับเงินที่จ้างครูมา ครูก็จะตั้งใจสอนและฟาดฟันกับพวกหนูอย่างเต็มที่จนกว่าคะแนนจะดี จนกว่าจะเรียนจบจากลากันไปข้างนึง ก็ปราบกันจนสำเร็จนะ
สอนเด็กนานาชาติสนุกเพราะเด็กๆ กล้าคิด กล้าถาม มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก จนบางทีครูต้องเบรกกันไว้ ถ้าสอนเด็กไทยก็สนุกไปอีกแบบ ไม่ค่อยกล้าถามหรอก ให้ทำอะไรก็ทำ ทำไม่ได้นั่งร้องไห้ต่อหน้าครูก็เจอมาแล้ว เด็กไทยขี้อ้อน น่ารักไปอีกแบบ
งานสอนภาษาไทยให้แรงงานต่างด้าวอันนี้เป็นงานสอนที่เกิดจากการค้นคว้าวิจัยของเราเอง แรกเริ่มที่ทำเพียงเพื่อเก็บข้อมูลมาทำวิจัย เพราะต้องทำเกี่ยวกับเรื่องการสอนภาษาไทยให้ต่างชาติ เราก็นึกถึงกลุ่มตัวอย่างเยอะแยะเลยว่ากลุ่มไหนดี หลายคนก็จะคิดไปถึงแต่ญี่ปุ่น เกาหลี ฝรั่งชาติต่างๆ เราก็ไม่เก่งภาษาฝรั่งเท่าไหร่ ถ้าไปเก็บข้อมูลกลุ่มเรานี้ จะคุยกันรู้เรื่องมั้ย ก็หยุดความคิดเรื่องหากลุ่มตัวอย่างไปสักพัก

มาวันนึงไปกินก๋วยเตี๋ยวแถวอนุสาวรีย์ ใครเคยมากินจะรู้ว่าเด็กเสิร์ฟแต่ละร้านส่วนใหญ่อิมพอร์ตเข้ามาทั้งนั้น กินเสร็จเช็คบิล
ญ. "น้องคะเก็บตังค์ค่ะ"
เด็ก "สี่สี่บ่ะค่ะ"
ญ. "คะ หะ"
เด็ก "สี่สี่บ่ะค่ะ"
ญ. *฿!#*&? ด้วยความไม่มั่นใจว่ากี่บาทกันแน่ 14 หรือ 40 หรือ 44 บาท เลยหยิบแบงค์ร้อยให้ไปก่อน คิดในใจว่า เอาวะยังไงต้องไม่เกินร้อยนึงล่ะวะ

พอเดินออกมาจากร้านเลยคิดขึ้นได้ว่า "เอาวะ! นี่ล่ะคือคำตอบ กลุ่มนี้ล่ะ ใช่เลย เราจะต้องหาวิธีสอนให้เค้าพูดตัวสะกดให้ชัดให้ได้ " เลยตัดสินใจค้นคว้าจริงจัง ค้นจนเจอว่ามีที่นึงที่เป็นกลุ่มอาสาสมัครเค้าเปิดสอนกันอยู่ เราก็เข้าไปคุยและขอสอนจริง เพื่อให้รู้ปัญหาจริงว่าพูดตัวสะกดกันไม่ได้จากอะไร แล้วค่อยหาวิธีสอนให้พูดให้จนได้ เลยได้สอนมาตั้งแต่ตอนนั้น จนถึงตอนนี้ 6 ปีกว่าแล้วมั้ง เออ นานเนอะ

คือมันเพลิน มันสนุก สอนมาเรื่อยๆ ภาพที่คิดกันไว้คนส่วนใหญ่จะมองว่าพวกเค้าคือต่างด้าวที่เข้ามาแย่งงานคนไทยและสร้างปัญหา แต่แท้จริงแล้วเค้าเหล่านี้คือแรงงานหลักของไทยในตอนนี้เลยก็ว่าได้ เจ้านายชาวไทยต่างแย่งตัวกันวุ่นวายเพราะค่าแรงถูก ขยันทำงานไม่เกี่ยงงาน เจ้านายคนไทยนี่ล่ะเป็นตัวที่กดขี่แรงงานเหล่านี้ให้ก่ออาชญากรรม คือเค้าสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ คุยกันไม่รู้เรื่อง เลยไม่เข้าใจกัน เป็นเหตุให้ทะเลาะกันในที่สุด อันนี้ไม่ได้ว่าสอนนานแล้วเข้าข้างกันนะ แต่การได้คุยกับนักเรียนหลายต่อหลายคน เราต้องยอมรับเหอะว่า คนไทยนี่เจ้ายศเจ้าอย่าง และเอาเปรียบคนที่ด้อยกว่าเป็นที่สุด

เพราะพอได้เข้าไปสัมผัสกับเด็กจริงๆ สอนจริง เรารู้สึกผูกพันและรักกับเด็กที่นี่ไปโดยไม่รู้ตัว แม้วันที่ต้องมาสอนจะเป็นวันอาทิตย์ ที่เราควรได้พักอยู่บ้านกับครอบครัว แต่เราไม่เคยเกี่ยง ห้องที่สอนก็ร้อนไม่มีแอร์ ก็ไม่มีใครบ่น ทั้งครูทั้งนักเรียน นักเรียนตั้งใจมาเรียน ครูก็ตั้งใจมาสอน นักเรียนที่นี่คือคนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาจากบ้านเกิดของพวกเค้า พม่า กะเหรี่ยง ไทยใหญ่ ลาว โรงเรียนนี้คือที่เดียวที่พวกเค้าจะได้มาเจอกัน มาพูดคุยปรับทุกข์ตามประสาคนไกลบ้าน
ที่นี่ครูคือทุกอย่างของพวกเค้า แววตาที่เค้ามองครูคือรักและศรัทธาในตัวครูมากๆ บางคนมาไกลจากสามพราน จากบางปะอิน นั่งรถมาเป็น ชม.เพื่อมาเรียน บางคนเป็นแม่บ้านต้องรีบตื่นทำงานบ้านแต่เช้ากว่าทุกวันเพื่อจะได้มาเรียนในตอนบ่าย เมื่อเรียนเสร็จก็ต้องรีบกลับไปทำงานต่อ บางคนมาทั้งชุดทำงานเพราะเพิ่งทำโอทีเสร็จแล้วรีบมาเรียน ทุกคนมาเรียนเพียงเพื่อไม่อยากตกงาน อยากพูดไทยได้ สื่อสารกับเจ้านายได้ จะได้มีเงินส่งกลับบ้านให้พ่อแม่ที่พม่า เด็กไทยบางคนถือว่าโอกาสมีมากแต่ใช้โอกาสกันเปลืองมาก ในขณะที่พวกเค้า โอกาสคือที่นี่ที่เดียวเท่านั้น
เพราะโอกาสมีน้อย จึงตั้งใจเรียนมากๆ ครูให้อ่านกี่รอบก็อ่าน ให้ทำการบ้านมากแค่ไหนก็ไม่บ่น ความตั้งใจจริงของนักเรียน ทำให้เรามีกำลังใจในการมาสอน ค่าสอนที่ได้ไม่มากหรอก หมดไปกับค่ารถไฟฟ้านู่นแล้ว แต่ก็ยังอยากสอนไม่รู้ทำไมถึงสอนได้หลายต่อหลายรุ่นแล้ว

เมื่อวานพอสอบเสร็จเลยพากันมาฉลองร้านบุฟเฟ่ต์ที่ห้างแถวๆ โรงเรียน หลายคนไม่กล้ามา เพราะกลัวครู ฮ่าๆ (ในห้องเราดุนะ) แต่สุดท้ายก็พากันมาจนได้ ถึงได้รู้ว่าบางคนเพิ่งเคยมากินร้านแบบนี้ครั้งแรกในชีวิต เพิ่งเคยออกมาเดินห้างแบบนี้ครั้งแรก เราพากันเดินคุยกัน เหมือนแม่เป็ดเดินนำลูกเป็ด เดินตามเป็นขบวนเลย ช่วงสลายความกลัว ครูถอดเขี้ยวเล็บออก อิอิ พอไปถึงร้านก็ต้องแนะนำว่าอะไรอยู่ตรงไหน ตักของกินแบบไหน ยังไง เห็นเค้ากินกันอย่างน่าอร่อย พูดคุยโม้เรื่องคะแนนที่ได้กันอย่างสนุก ดีใจที่นักเรียนบอกว่า "ขอบคุณคุณครูที่ให้โอกาสหนูได้มากินของอร่อย หนูไม่เคยกิน และไม่คิดว่าจะได้มากิน ขอบคุณครูหยิบยื่นโอกาสเล็กๆ ให้หนู" เรื่องเล็กๆ ของเรา แต่เป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในหัวใจของพวกเค้า คนเป็นครูอย่างเราก็ปลื้มนะ และดีใจว่าสอนสำเร็จไปอีกรุ่นอย่างน้อยนักเรียนเราคงไม่ไปเป็นภาระให้สังคมไทยมากนัก เริ่มพูดชัดขึ้น พูดรู้เรื่องขึ้น แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ก็ทำให้เค้าใช้ชีวิตอยู่ไทยได้ดีขึ้นอ่านป้ายรถเมล์ได้ เขียนคำง่ายๆ ได้สื่อสารได้ คงมีความสุขในการอยู่ไทยมากขึ้น

แค่นี้ล่ะความสุขของครูหญิง พอใจหายเหนื่อย จนกว่าจะเปิดเทอมใหม่ จะมาเล่าความสนุกในห้องเรียนอีกครั้ง

สวัสดีค่ะ
9
People who likes this
4
Press enter to post, Shift+Enter for new line
  • 4 Comments
  • lingkang หนูชอบครุหญิงมากค่ะ ครุหญิงสอนเข้าใจว่ายค่ะ หนูพุดจับความรู้สึกจริงนะคะ ๕๕๕๕๕

    น่ารักฝุดๆ เบยค่ะ เอร๊ยยยยย
    June 14, 2016
    4 Replies
  • meanmafia โฝะโต๊ะๆ
    June 14, 2016
    See likes
  • meanmafia อ่ะอ่ะจริงๆจัง พี่ว่าหญิงมีความเป็นครูสูงมาก คนมีความเป็นครูด้วยตัวตนจริงๆนั้นมีน้อยมาก อย่างพี่มีนนี่ไม่สามารถเลย เคยต้องเป็นวิทยาการอบรมใช้โปรแกรมจำเป็นของที่ทำงาน แค่สามรอบ แต่ละรอบพูดเหมือนเดิมหมด... see more เบื่อมากกก และการที่จะต้องมานั่งบอกหนึ่งสองสามสี่ซ้ำเดิม ก็เบื่อมากอีก พี่เป็นครูไม่ได้จริงๆ คนเป็นครูต้องมีจิตวิญญาณในการเป็นผู้ให็และหญิงก็มีอยู่ในตัวเองสูงมาก

    อย่างหญิงบอกว่าทำไปมีความสุข และบางอย่างนอกเหนือจากหน้าที่ครูหญิงก็ยังชอบที่จะทำจะให้โอกาสเด็กๆ พี่ว่ามันเป็นบุญกุศลอันใหญ่หลวงสำหรับหนูเลยนะ เป็นความสุขที่เป็นกุศล มันดีมากมากเลย แต่พี่ทำไม่ได้อ่ะ ๕๕๕
    June 14, 2016
    See likes
    1 Replie
  • pigrada อยากให้ระบบการศึกษาไทยมีครูแบบคุณเยอะๆจังค่ะ ทำด้วยใจรักในการเป็นครู และอยากให้ความรู้เด็กจริงๆ น่าชื่นชมมากๆ
    June 14, 2016
    1 Replie
0
You have to keep it in the box
โอกาสคนเราไม่เท่ากัน
Brings it forward or not?
You want to publish diary or save draft?
Do you want to remove this diary?